Beauty As Designed

Mesotherapy

วิตามินบำบัดเฉพาะจุด เพื่อผิวขาวใส แก้ปัญหาฝ้า กระ รักษาสิว สลายไขมัน

Mesotherapy เป็นการบำบัดและฟื้นฟูปัญหาเฉพาะที่อย่างตรงจุด เนื่องด้วยวิตามินและตัวยาต่างๆนั้นได้ถูกสกัดมาเพื่อดูแลรักษาแต่ละปัญหาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

เมโสเทอราปี (Mesotherapy) คืออะไร?

เป็นการักษาปัญหาความงามที่ใช้กันมา 100 ปีแล้ว หลักการคือ ใช้เข็มเล็ก ๆ ฉีดตัวยาเข้าไปในผิวชั้นใน เรียก "เมโส" มาจากคำว่า Mesoderm

จุดประสงค์ในการรักษาด้วย เมโสเทอราปี (Mesotherapy)

ตัวยามีหลากหลาย โดยตัวยาจะมีส่วนผสมขนานต่างๆ ซึ่งมีมากมายหลายหลากมากๆ ในปัจจุบัน ( เช่น สารอาหาร กลุ่มวิตามิน โคเอนไซม์ กรดอะมิโน) เพื่อจุดมุ่งหมายในการรักษาในหลากหลายรูปแบบ โดยจะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ เช่น การสลายไขมัน การลดเซลูไลท์ การยกกระชับ การบำรุงผิวเพื่อหน้าใส หรือลดรอยเหี่ยวย่น

เทคนิค Mesotherapy ในปัจจุบันสามารถช่วยในด้านเสริมความงานได้อย่างไรบ้าง?

  1. การลดไขมันส่วนเกิน และลดเซลลูไลต์ เป็นข้อบ่งชี้ที่นิยมกันมากสุด โดยเทคนิค Mesotherapy โดยการฉีดสาร หลักๆ คือ Phosphatidylcholine (สกัดจากถั่วเหลืองหรือไข่แดง) และวิตามินหลายชนิดเข้าไปยังบริเวณที่มีการสะสมของไขมัน ทำให้เกิดการขัดขวางการสะสมของไขมัน และกระตุ้นให้ไขมันสะสมถูกปล่อยออกมา เพิ่มการไหลเวียนของเลือด และระบบต่อมน้ำเหลือง จึงทำให้เนื้อเยื่อโดยรอบแข็งแรงขึ้น กระชับขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งของสาวๆ ที่ต้องการมีหุ่นไฉไลทั้งหลาย เพราะไม่ต้องเจ็บตัว หรือเสี่ยงกับผลข้างเคียงของการรับประทานลดน้ำหนัก 
  2. การลดริ้วรอย หน้าหมองคล้ำ แก้ปัญหาฝ้า เพื่อคืนความอ่อนเยาว์และผิวหนังให้แข็งแรงขึ้น โดยการฉีดสารกลุ่มต้านอนุมูอิสระ เช่น วิตามินซี กรดอะมิโน น้ำหล่อเลี้ยงคอลลาเจนเข้าไปที่ผิวหน้า 
  3. การรักษาสิว เพื่อฆ่าเชื้อสิว พร้อมทั้งควบคุมความมันบนใบหน้า

ข้อแนะนำการทำ Mesotherapy

  • ในการฉีดสลายไขมัน ถ้าทำร่วมกับการนวดไม่ว่าจะด้วยมือ หรือ RF จะช่วยเพิ่มให้ผลการรักษาดีขึ้น 
  • หลังการรักษา ควรดื่มน้ำมากๆ และออกกำลังกายเบาๆ จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองและการ ขับของเสีย ซึ่งจะช่วยให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น

ข้อห้ามในการทำ Mesotherapy มีดังนี้

  • สตรีมีครรภ์
  • คนไข้โรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ
  • คนไข้ที่มีประวัติโรคระบบหลอดเลือดผิดปกติในสมอง เช่น เส้นเลือดสมองตีบ หรืออุดตัน
  • คนไข้ที่มีประวัติโรคเลือดผิดปกติ โรคมะเร็ง
  • คนไข้ที่มีประวัติโรคหัวใจ และทำการรักษาด้วยยาหลายขนาน