Beauty As Designed

Botox

ยกกระชับให้หน้าเต่งตึง ไร้ริ้วรอย พร้อมลดเหงื่อ ลดกลิ่น

"โบท็อกซ์" (Botox) เป็นชื่อทางการค้า (trade name) ของสาร โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) ซึ่งเป็นโปรตีน ชนิดหนึ่ง ที่สร้างจาก แบคทีเรีย ชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) เป็นสารคลายกล้ามเนื้อชนิดออกฤทธิ์ได้นาน 4-8 เดือน และสลายไปได้เองตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย ฤทธิ์ยาจะมากน้อยตามปริมาณยาที่ใช้ ทางการแพทย์นำมารักษาโรคทางตา โรคกล้ามเนื้อมานาน ต่อมาจึงนำมาใช้ในการเสริมความงามในขนาดยาที่น้อยลง สามารถลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าได้ดี เช่น ตีนกา หน้าผาก หว่างคิ้ว และยังใช้ปรับโครงหน้าเรียว ลดกลิ่นหรือลดน่อง ลดริ้วรอย ลำคอ ยี่ห้อมาตรฐานที่ใช้กันเป็นที่ยอมรับคือ Allergan, Neuronox, Botalax

โบท็อกซ์ (Botox) มีหลักการอย่างไร ?

ในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนายาที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายว่า สามารถยับยั้งการเกิดริ้วรอยบริเวณใบหน้า ที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โบท็อกซ์ (Botox) จะไปยับยั้งการส่งกระแสประสาทของเส้นประสาทเล็กๆ ที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อเป็นผลทำให้กล้ามเนื้อลดการเกิดการหดตัว ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ริ้วรอยลดลง ผิวเรียบเนียนขึ้น ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้ยังมีความสามารถควบคุมต่อมเหงื่อ การทำให้ใบหน้าเรียว โดยยับยั้งการทำงานที่มากเกินไปของกล้ามเนื้อบริเวณกราม

โบท็อกซ์ (Botox) เห็นผลเมื่อไหร่?

การฉีด โบท็อกซ์ (Botox) เป็นการลดเลือนริ้วรอยเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น โดยจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วัน และหลังการฉีดไปแล้วจะเห็นผลภายใน 1 อาทิตย์ โดยจะเห็นผลสูงสุดในเวลาประมาณ 7– 14 วัน ซึ่งมีผลการรักษาประมาณ 6-12 เดือน และมารับการฉีดประมาณ1-2 ครั้งต่อปี โดยหากมีการฉีดกระตุ้นในระยะเวลาที่เหมาะสม อาจได้ผลการรักษาที่คงอยู่นานกว่าเดิม อีกทั้งใบหน้ายังดูสดใสอ่อนเยาว์อีกด้วย

โบท็อกซ์ (Botox) ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงอย่างไร ?

การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายเป็นเวลานานกว่า 10 ปี มาแล้ว สามารถใช้เพื่อการชะลอริ้วรอยแห่งวัย ซึ่งได้ผลดี และปลอดภัย หลังการฉีด โบท็อกซ์ Botox อาจมีรอยช้ำได้เล็กน้อยและสามารถหายได้เอง หรือ มีการกระจายยาไปบริเวณกล้ามเนื้อ ที่ไม่ต้องการ ทำให้ลักษณะการยิ้มไม่เหมือนเดิมหลังฉีดปรับรูปหน้า โดยอาการดังกล่าวจะหายได้เองภายใน 1-4 สัปดาห์ สารนี้จะออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามบางลงได้ 30-60% แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างของ กระดูกกรามได้ ดังนั้นวิธีนี้จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหน้าเหลี่ยมหรือกว้างจากกล้ามเนื้อ

การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) มีความปลอดภัยสูงมาก และยังไม่เคยพบว่ามีผลแทรกซ้อนรุนแรงหรือถาวรใดๆ ซึ่งผลข้างเคียงพบได้น้อยและไม่รุนแรง เช่น คลื่นไส้ ปวดเมื่อยเหมือนเป็นไข้ ปวด บวม แดง หรือมีรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ภาวะไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้ 1-2% คือ ลักษณะการยิ้มไม่เหมือนเดิมหลังฉีดปรับรูปหน้า โดยจะเป็นอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน

ผลลัพธ์ที่ได้

  • ลดริ้วรอย ความเหี่ยวย่น เช่น ตีนกา รอยย่นหน้าผากและหว่างคิ้ว 
  • แก้ไขปัญหาหางตาตก จมูกบาน 
  • ยกกระชับทั่วใบหน้า และลำคอ ให้ผิวเรียบเนียน ตึงกระชับ 
  • ปรับโครงหน้าให้เรียวเล็ก ลดขนาดกราม 
  • ปรับน่องใหญ่ให้เรียวเล็ก 
  • แก้ไขปัญหากลิ่นตัว และลดเหงื่อ

ข้อควรหลีกเลี่ยง

  • หลีกเลี่ยงการทำ LASER หรือ treatment ประมาณ 2 สัปดาห์ 
  • ควรงดการดื่ม alcohol หรือสูบบุหรี่ประมาณ 2-3 วันเพื่อลดอาการบวม แดง และช้ำ บริเวณที่ฉีด 
  • ไม่ควรใช้เครื่องสำอางในระหว่าง 12 ชั่วโมงหลังการฉีดยา 
  • ควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดด รังสียูวี และอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส 
  • ไม่ควรอบเซาว์น่า ในระหว่าง 2 สัปดาห์หลังการฉีดยา