Beauty As Designed

ศัลยกรรมแก้ไขความหย่อนคล้อย และรอยแตกลาย

คนเราสมัยนี้ ไม่ได้สนใจดูแลแค่หน้าตาอย่างเดียว หากแต่สนใจถึงรูปร่าง ทรวดทรงอีกด้วย โดยเฉพาะผู้หญิงเรา อยากจะคงกระพันความสวย และเพิ่มเติ่มความสวยอย่างไม่หยุดหย่อน แม้จะเป็นวัยรุ่น วัยทำงาน และแม้แต่งงานไปแล้ว ก็ยังอยากจะเป็นคุณแม่ยังสวยอยู่ดี

การจะโชว์เรือนร่างให้มีทรวดทรงองเอวที่กระชับ เต่งตึงนั้น อาจเป็นเรื่องน่าเขินอายสำหรับผู้ที่อ้วนมากๆ หรือแม้แต่ผู้ที่เคยอ้วนแล้วลดน้ำหนักได้สำเร็จอย่างที่ต้องการ แต่ก็ยังกลุ้มใจกับปัญหาไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง และรอยแตกลายที่เกิดขึ้นอยู่ดี อีกกรณีก็คือ คุณแม่ที่คลอดบุตรแล้วเกิดปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อยและรอยแตกลายที่เป็นผลจากการที่หน้าท้องยืดมากอย่างรวดเร็วขณะตั้งครรภ์ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงเราหมดความมั่นใจ

การเนรมิตให้มีหน้าท้องเรียบตึงกระชับ และไม่ทิ้งร่องรอยความแตกลาย สามารถทำได้โดยง่ายด้วยการศัลยกรรมผ่าตัดแก้ไขความหย่อนคล้อย และรอยแตกลาย เมื่อปัญหาได้รับการแก้ไข เราก็สามารถโชว์เรือนร่าง เรียกความมั่นใจกลับมาได้ไม่ยาก

หลักการการผ่าตัดลดกระชับหน้าท้อง

การผ่าตัดลดกระชับหน้าท้องคือการตัดชั้นเนื้อเยื่อไขมันและผิวหนังหน้าท้อง ส่วนเกินที่ยื่นออกจากหน้าท้องส่วนกลางและล่างออกไป การยื่นของชั้นผิวหนังหน้าท้อง มีสาเหตุมาจากการที่ผิวหนังยืดตัวมากเป็นเวลา นานจนสูญเสียการยืดหยุ่น เช่น จากภาวะอ้วนและการตั้งครรภ์ เมื่อคนไข้ลดน้ำหนักลงมาอย่างรวดเร็ว หรือคลอดบุตร แล้วชั้นผิวหนังหน้าท้อง ไม่สามารถหดตามลงมาได้ จึงเกิดการยื่นกลายเป็นผิวหนังส่วนเกิน นอกจากนี้ผลจากการยืดตัวมากเกินไปของผิวหนังเป็นเวลานาน คือรอยแตกลายซึ่ง เกิดขึ้นจากการฉีกขาดของกล้ามเนื้อใต้ชั้นผิวหนัง ที่ยืดตัวตามร่างกาย การฉีกขาดนี้จะทำให้เกิดเป็นรอยนูนขึ้นมา ที่ผิวหนังซึ่งคนทั่วไปเรียกว่า เกิดรอยแตกลาย การผ่าตัดลดกระชับหน้าท้อง สามารถกำจัดรอยแตกลายได้ เฉพาะส่วนที่ติดอยู่บนผิว หนังที่ถูกตัดทิ้งเท่านั้น

มีข้อห้ามสำหรับผู้ที่จะตั้งครรภ์ในอนาคตหรือไม่

การศัลยกรรมผ่าตัดลดกระชับหน้าท้อง ไม่มีข้อห้ามในการตั้งครรภ์ในอนาคต เพียงแต่ต้องรอเวลาให้แผลหายเต็มที่หลังจากการผ่าตัดครั้งแรกประมาณ 1-2 ปี แต่ผลจากการตั้งครรภ์ใหม่ก็จะส่งผลให้หน้าท้องหย่อนยาน และมีรอยแตกลายได้อีกตามธรรมชาติ จึงต้องเสียเวลามาผ่าตัดใหม่ และบางครั้งการตัดแต่งหน้าท้องครั้งใหม่อาจได้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่ากับการผ่าตัดครั้งแรก จึงแนะนำให้ทำการศัลยกรรม เมื่อมีบุตรเพียงพอแล้ว โดยในปัจจุบันเราสามารถผ่าตัดไปพร้อมๆกับการคลอดบุตรได้ด้วย หากการคลอดไม่มีปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อน ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และความพร้อมของคนไข้

การเตรียมตัวก่อนทำการศัลยกรรมผ่าตัดลดกระชับหน้าท้อง

  1. เนื่องจากเป็นการทำผ่าตัดโดยดมยาสลบ จึงต้องงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด 6-8 ชั่วโมง 
  2. หากมีการรับประทานวิตามินอี กลุ่มยาห้ามเลือด ยาลดการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน ควรหยุดรับประทาน 7-10 วัน เพราะอาจเป็นเหตุให้เลือดออกง่าย และออกมากกว่าปกติ 
  3. สระผมและอาบน้ำให้สะอาดก่อนการผ่าตัด เพราะอาจจะไม่สะดวกในวันแรกๆหลังผ่าตัด 
  4. งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 2 อาทิตย์และหลังผ่าตัด 4 อาทิตย์

วิธีการผ่าตัดลดกระชับหน้าท้อง

เนื่องจากการผ่าตัดลดกระชับหน้าท้อง เป็นการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งจะต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเท่านั้น คนไข้อาจจะต้องอยู่ในโรงพยาบาล 2-7 วัน ขึ้นกับชนิดการผ่าตัด และความแข็งแรงของคนไข้ โดยแพทย์จะทำโดยการให้ดมยาสลบ แผลผ่าตัดจะอยู่บริเวณเหนือหัวเหน่า และอาจจะยาวถึงสะโพกทั้งสองข้าง ความยาวของแผลผ่าตัดขึ้นกับจำนวนของไขมัน และความหย่อนของผนังหน้าท้อง บางครั้งอาจจะต้องย้ายตำแหน่งของสะดือใหม่ แพทย์จะเย็บซ่อมกล้ามเนื้อที่หย่อนด้วยถ้าจำเป็น หลังผ่าตัดจะมีสายดูดเลือด และน้ำเหลือง ออกทางด้านข้างของลำตัว และอาจจะมีท่อสวนปัสสาวะติดอยู่ด้วย หลังการผ่าตัด คนไข้ควรจะขยับตัว,ลุกขึ้นนั่ง หรือเดินบ้างเท่าที่ทำได้ และอาจจะต้องเดินตัวงอๆ ประมาณ 7 วัน แผลผ่าตัดจะมีการดูแลตามแพทย์สั่ง ไหมที่เย็บไว้จะตัดออกประมาณ 7-10 วัน ท่านจะกลับไปทำงานได้ประมาณ 7-10 วัน แต่ไม่ควรจะทำงานหนักในระยะ 1 เดือนแรก แผลผ่าตัดจะเห็นชัดในระยะแรก ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ถึงจะดูดีขึ้น ท่านอาจจะมีความรู้สึกชาบริเวณหน้าท้องด้านล่าง ซึ่งจะดีขึ้นได้ในเวลา 6 เดือน การออกกำลังกายหลังผ่าตัดจะทำได้หลัง 2 เดือนไปแล้ว

ระยะเวลาในการรักษา

2-5 ชั่วโมง

ลักษณะรอยแผลผ่าตัด

รอยแผลผ่าตัดมักจะเป็นที่ยอมรับได้ เมือเทียบกับความหย่อนยานและผิวแตกลายที่มีอยู่ โดยแผลจะถูกวางในตำแหน่งต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อซ่อนรอยแผลไว้ใต้ขอบกางเกงในโค้งตามแนวธรรมชาติของลายผิว แผลผ่าตัดจะเห็นชัดในระยะแรก ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ถึงจะดูดีขึ้น ท่านอาจจะมีความรู้สึกชาบริเวณหน้าท้องด้านล่าง ซึ่งจะดีขึ้นได้ในเวลา 6 เดือน ช่วงแรกสีของรอยแผลจะมีสีเข้มตามธรรมชาติของแผลผ่าตัดใหม่ และจะค่อยๆจางลงในที่สุด แต่ก็ยังสามารถมองเห็นได้เมื่อสังเกตุ ดังนั้นการตัดสินใจศัลยกรรมผ่าตัดนั้น คนไข้ต้องชั่งใจระหว่างการมีรอยแผลผ่าตัด กับการมีหน้าท้องหย่อนยานแตกลาย คนไข้จะพอใจอย่างไหนมากกว่ากันก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาเลือก หากต้องการให้สีของรอยแผลจางลงรวดเร็วสามารถรักษาต่อได้ด้วยการใช้เลเซอร์เพื่อลดเม็ดสีบริเวณรอยผ่าตัดให้จางลงอย่างรวดเร็ว

การดูแลหลังผ่าตัด

  1. หลังผ่าตัดจะมีอาการ ปวดระบบที่หน้าท้องประมาณ 3-7 วัน 
  2. มีสายระบายน้ำเหลืองทางหน้าท้องประมาณ 2 วัน 
  3. ไม่ควรยืดตัวตรง ควรเดินก้มหัว และควรมีเวลาพักฟื้นประมาณ 1 สัปดาห์หลังการผ่าตัด 
  4. นอนหงายในท่า U ใน 2 สัปดาห์แรก โดยนำหมอนมารองบริเวณศีรษะ โดยให้หน้าท้องอยู่ระดับต่ำสุด และมีความตึงน้อยที่สุด 
  5. งดอาบน้ำ หรือใช้พลาสเตอร์กันน้ำปิดแผล เพื่อป้องกันไม่ให้แผลโดนน้ำ 7 วัน 
  6. มาพบแพทย์ เพื่อตัดไหมตามนัดประมาณ 7-10 วันหลังผ่าตัด 
  7. หลังการตัดไหม ควรสวมชุดพยุงทางการแพทย์ไว้เพื่อให้หน้าท้องยุบเร็วขึ้น เป็นเวลา 2 เดือน 
  8. สามารถทายาลดแผลเป็นได้ หลังผ่าตัดไปแล้ว 2 เดือน 
  9. สามารถออกกำลังกายเต็มที่ได้ หลังผ่าตัดไปแล้ว 3 เดือน