Beauty As Designed

Stem Cell เสริมความงาม

สเต็มเซลล์คืออะไร

สเต็มเซลล์ (Stem cell) จัดว่าเป็นวิทยาการที่ล้ำหน้าที่สุดในการรักษาและเสริมความงามทางการแพทย์ สเต็มเซลล์หรือเซลล์ตัวอ่อนที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นเซลล์อื่นๆ ความจริงแล้วมีอยู่ในร่างกายของเราทุกคน เช่นในไขกระดูก ฟันน้ำนม ในเลือด และในไขมัน เป็นต้น ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบปริมาณแล้วถือว่าไขมันเป็นแหล่งสะสมสเต็มเซลล์ที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย และในปัจจุบันเราก็สามารถสกัดสเต็มเซลล์จากเซลล์ไขมันได้แล้วที่เรียกว่า Fat stem cell

 

การใช้สเต็มเซลล์ไขมันมีความปลอดภัยหรือไม่

เซลล์ไขมันจัดเป็นสารเติมเต็มธรรมชาติที่มีความปลอดภัยต่อร่างกายมากที่สุด เนื่องจากเป็นเซลล์ของร่างกายเอง ไม่ต้องกังวลเรื่องการแพ้หรือการต่อต้านใดๆทั้งสิ้น อีกทั้งเซลล์ไขมันยังเป็นเซลล์ที่มีชีวิตจึงมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าสารเติมเต็มอื่นๆ

สเต็มเซลล์นำมาจากส่วนไหนได้บ้าง

ความจริงแล้วไขมันทุกส่วนที่มีอยู่ในร่างกายสามารถนำมาใช้ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าท้อง ต้นขาหรือหัวเข่า เป็นต้น แต่ละส่วนจะมีเซลไขมันที่มีคุณภาพต่างกัน ไขมันหน้าท้องหรือหัวเข่าเป็นไขมันที่นุ่มมีปริมาณเซลไขมันที่แข็งแรงรวมถึงมีความหนาแน่นของเซลไขมันตัวอ่อนหรือ สเต็มเซล (Fat stem cell) มากกว่า ไขมันจากบริเวณเอวหรือหลังซึ่งจะมีพังผืดมากกว่า ไขมันหน้าท้องและหัวเข่าจึงมักถูกนำมาใช้มากกว่าไขมันส่วนเอวหรือหลัง แต่เราไม่สามารถนำไขมันคนอื่นมาใช้ได้เนื่องจากจะเกิดการต่อต้าน

ตำแหน่งไหนที่นิยมการเติมเต็มด้วยเซลล์ไขมัน

ส่วนต่างๆของใบหน้าสามารถนำเซลล์ไขมันมาตกแต่งและเติมเต็มได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาก ขมับ แก้ม เบ้าตา สันจมูกโหนกแก้ม ริมฝีปาก คางและหน้าอกเป็นต้น การเติมเต็มด้วยเซลล์ไขมันบนใบหน้านอกจากจะทำให้ใบหน้าดูได้สัดส่วนแล้ว ยังทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นด้วย ยิ่งไปกว่านั้น เซลล์ไขมันยังสามารถนำมาฉีดได้ทั่วใบหน้าและลำคอ เนื่องจากในเซลล์ไขมันที่ปลูกถ่ายลงไป จะมีเซลล์ไขมันตัวอ่อนหรือสเต็มเซลล์ซึ่งจะไปช่วยซ่อมแซมผิวหนังที่สึกหรอจากการเปลี่ยนแปลงของวัยได้ เสมือนเติมสารอาหารเข้มข้นตรงสู่ใบหน้าและลำคอ ที่เรียกว่า Fat rejuvenation จึงทำให้ใบหน้าและลำคอดูอ่อนเยาว์ เต่งตึง ผิวพรรณสดใส ริ้วรอยลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้การเติมเต็มด้วยเซลล์ไขมันยังสามารถนำมาแก้ไขความพกพร่องที่เกิดจากการผ่าตัดหรือดูดไขมันได้ และที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือการเสริมหน้าอกด้วยเซลล์ไขมันตนเอง

การเติมเต็มด้วยเซลล์ไขมันช่วยรักษาอะไรได้บ้าง

  • เติมเต็มบริเวณส่วนต่างๆ ของร่างกายให้อวบอิ่ม เช่นบริเวณขมับ ร่องแก้ม ใต้ตา รอบดวงตา มุมคาง หน้าผาก ฯลฯ 
  • เสริมจมูกให้เป็นสัน ดูมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ 
  • การเสริมหน้าอกด้วยเซลล์ไขมันตนเองเพื่อความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น 
  • ฟื้นฟูสภาพผิวพรรณที่เสื่อมลง ให้ดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น (นิยมฉีดทั่วใบหน้าและลำคอ)
  • เติมเต็มบริเวณหลังมือ ให้ดูอิ่ม เต่งตึง​ 
  • เติมเต็มร่องรอยความไม่เรียบหลังการดูดไขมัน ฯลฯ ​

กระบวนการขั้นตอนในการเสริมความงามด้วย Stem Cell

  1. ก่อนอื่นต้องเลือกตำแหน่งที่ต้องการดูดไขมัน เช่นหากต้องการนำไปเสริมหน้าอก หรือเติมเต็มบริเวณใบหน้า ในการทำคนไข้จะอยู่ในท่านอนหงาย มักจะเลือดดูดไขมันบริเวณหน้าท้อง ต้นขาด้านในหรือด้านนอก คือเลือกบริเวณที่สามารถนำไขมันออกมาได้สะดวกที่สุด 
  2. ฉีดยาชาไปยังบริเวณที่จะทำการดูดไขมัน 
  3. ใช้เข็มดูดไขมันออกมา การใช้เข็มแทนการใช้เครื่องดูด จะดีในแง่ของการควบคุมความดัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไขมันที่สลายและตายจำนวนมาก 
  4. หลังจากได้ไขมันครบตามที่ต้องการแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมไขมัน ด้วยกระบวนการ lipo- aspiration process ด้วยเครื่องปั่นทางการแพทย์ เพื่อแยกเนื้อเยื่อไขมันที่มีชีวิต ด้วยเครื่องปั่นทางการแพทย์ เพื่อแยกชั้นไขมัน เพื่อแยกให้ส่วนที่มีความเข้มข้นน้อยที่สุดอยู่ด้านบน รองลงมาคือเข้มข้นปานกลาง และเข้มข้นมากที่สุดอยู่ด้านล่าง การแยกชั้นทำเพื่อเลือกไขมันที่มีโอกาสมีชีวิตรอดมากที่สุดมาใช้ ตัดปริมาณสารที่ตายแล้วออก ซึ่งสิ่งที่ตายแล้วจะอยู่ด้านบนซึ่งมักจะเป็นพวกน้ำมัน เซลล์ไขมันต่างๆ ที่แตกตัว ซึ่งจะถูกคัดทิ้งไป 
  5. นำไขมันที่ได้ไปสกัดเซลล์ไขมันเพื่อให้ได้เซลล์ไขมันที่ต้องการ ด้วยวิธีการที่เรียกว่า Cal (Cell-Assisted Lipotransfer) ซึ่งวิธีนี้ก็จะเป็นวิธีที่จะช่วยทำให้ ไขมันที่จะมีชีวิตอยู่ มีปริมาตรแน่นอน สามารถประเมินได้อย่างชัดเจนว่าต้องใส่ไขมันปริมาณเท่าใด 
  6. นำไขมันที่ได้มาผสมกับเซลล์แล้วนำไปฉีดในบริเวณที่ต้องการด้วยเทคนิคที่เรียกว่า Structural Fat Graft เป็นการปลูกถ่ายไขมันเพื่อฟื้นคืนรูปทรงตามธรรมชาติแบบสามมิติของแต่ละส่วนย่อยๆของร่างกาย 
  7. เข็มที่ใช้ในการฉีดแพทย์จะใช้ Blunt Cannular ซึ่งมีลักษณะเป็นเข็มปลายทู่ เพื่อลดการกระทบกระเทือนแก่อวัยวะข้างเคียงขณะฉีด เพราะสิ่งที่ต้องระมัดระวังคือเส้นประสาท เส้นเลือด กล้ามเนื้อ และต่อมน้ำลายข้างแก้ม หากได้รับการกระทบเทือนอาจเกิดปัญหาตามมาได้ ในการฉีดแพทย์จะแทงเข็มเข้าไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ลักษณะการแทงเข็มจะขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์แต่ละคน ซึ่งการทำให้ได้เรียบเนียนและการทำให้เซลล์ไขมันที่ใส่เข้าไปสูญเสียน้อยที่สุดอาจต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการทำค่อนข้างมากเนื่องจากต้องเข้าใจและรู้จักเซลล์ไขมันเป็นอย่างดีเพราะว่าเซลล์ไขมันค่อนข้างบอบบางและตายได้ง่ายมาก

ข้อดีของการเติมเต็มด้วยเซลล์ไขมัน ​

  1. ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย 
  2. ไขมันที่ฉีดเข้าไปและเหลืออยู่หลังจากผ่านไป 6 เดือนจะอยู่ได้ถาวร 
  3. ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ 
  4. สามารถเติมเต็มไขมันได้ในปริมาณมากในการทำแต่ละครั้ง (อาจทำสองถึงสามครั้ง) ​ 
  5. ไขมันเป็นฟิลเลอร์ที่มีชีวิตสามารถฟื้นฟูสภาพความมีชีวิตชีวาของผิวหน้าได้เพราะไขมันมีสเต็มเซลล์ไขมันปนอยู่

ข้อจำกัดของการเติมเต็มด้วยเซลล์ไขมัน ​

  1. ไม่สามารถทำในคนที่ผอมมากๆ ​ 
  2. แม้ว่าผลการเติมเต็มเซลล์ไขมันจะดีขึ้นกว่าเดิม แต่ยังมีการสลายตัวบางส่วน ปริมาณการสลายตัวของเซลล์ไขมันนั้นไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับธรรมชาติแต่ละคน และในแต่ละตำแหน่งของร่างกายที่ตอบสนองแตกต่างกัน

การดูแลตัวเองหลังเข้ารับการรักษา

  1. หลังเข้ารับการรักษาควรมีการประคบเย็น 48-72 ชั่วโมงเพื่อลดอาการบวมและอาการเขียวช้ำ 
  2. มีอาการบวมประมาณ 1-2 วัน อาจมีรอยจ้ำเลือดใต้ผิว แต่สามารถแต่งหน้าเพื่อปิดรอยได้ 
  3. ช่วงแรกอาจจะยังคลำเจอไขมัน และไม่ค่อยเรียบเนียนนัก คนไข้ยังไม่ต้องกังวล แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและให้คำแนะนำ ซึ่งอาการเหล่านี้ก็จะดีขึ้น โดย 1- 3 สัปดาห์หลังทำ เพราะจะมีการบวม มีรอยเขียวช้ำ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรก และจะเริ่มดีขึ้นในอาทิตย์ที่ 3-4 ซึ่งใบหน้าจะดูเข้ารูปมากขึ้น เห็นความอ่อนเยาว์ชัดเจนขึ้น