Beauty As Designed

เสริมจมูกด้วยซิลิโคน

จมูกเป็นจุดสำคัญของรูปหน้า อาจพูดได้ว่าเป็นปราการด่านหน้า ที่เป็นปัจจัยหนึ่งในการชี้ขาดความสวยงาม หรือขี้ริ้วขี้เหร่ของโฉมหน้า ลองสังเกตดูได้ว่า ถ้าจมูกสวย ได้รูป ส่วนใหญ่แล้วใบหน้านั้นก็จะสวยไปด้วย ด้วยเหตุนี้หลายๆ คนจึงอยากจะเสริมจมูกให้ได้รูปสวยงาม รับกับใบหน้านอกเหนือจากเรื่องความงามแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องโหงวเฮ้ง ที่เชื่อว่ามีผลต่อการเสริมความรุ่งเรือง ความโชคดีให้กับชีวิต โดยทั่วไปแล้ว การเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคน เป็นวิธีที่ทำกันแพร่หลายและได้ผลดีมาก ด้วยเทคนิคมากมายจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ผู้เข้ารับการเสริมจมูก สามารถมีจมูกที่สวยงามเหมือนดาราที่ตนเองชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญคือ อย่าพยายามเสริมจมูกสูงหรือเลือกทรงจมูกที่ฝืนธรรมชาติมากเกินไป คุณก็จะได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ให้โดดเด่น สวยเก๋ มีจมูกโด่งเป็นสัน รับกับใบหน้าแน่นอน

การเตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรมจมูกด้วยซิลิโคน

  1. เนื่องจากเป็นการทำผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบ จึงไม่ต้องอดอาหาร แต่ก็ไม่ควรทานจนอิ่มเกินไป เพราะระหว่างนอนทำผ่าตัด ซึ่งใช้เวลานอนประมาณ 1 ชั่วโมง อาจจะเกิดอาการแน่นอึดอัดท้องได้ 
  2. ไม่ควรใช้เครื่องสำอางค์ใดๆในบริเวณใบหน้า อันจะทำให้สกปรก ยากแก่การเช็ดออกก่อนผ่าตัด ตลอดจนเป็นบ่อเกิดการติดเชื้อโรคได้ 
  3. หากมีการรับประทานวิตามินอี กลุ่มยาห้ามเลือด ยาลดการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน ควรหยุดรับประทาน 7-10 วัน เพราะอาจเป็นเหตุให้เลือดออกง่าย และออกมากกว่าปกติ 
  4. สระผมให้สะอาดก่อนมาผ่าตัด เพราะอาจจะสระผมไม่สะดวกในวันแรกๆหลังผ่าตัด 
  5. งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 2 อาทิตย์และหลังผ่าตัด 4 อาทิตย์

วิธีการทำศัลยกรรมจมูกด้วยซิลิโคน

แพทย์จะวัดส่วนสัดของจมูกเดิม แล้วทำการพิจารณาเปรียบเทียบกับ ส่วนสัดของ จมูก ที่สวยงาม ว่าจะต้องทำการแก้ไขส่วนใดของจมูกบ้าง และต้องเสริมสูงแค่ไหนในแต่ละส่วน และค่าต่างๆเหล่านี้จะนำมาเป็นต้นแบบในการเหลา ซิลิโคน ให้เข้าพอดีกับฐานจมูกเดิมเป็นรายๆไป โดยแพทย์จะทำการวาดเส้นกึ่งกลางจมูกโดยการวัดเพื่อเป็นการกะให้ซิลิโคนที่เสริมอยู่ตรงกลางไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่งจากนั้นแพทย์จะใช้ยาชาฉีดเพื่อระงับความรู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด เมื่อยาชาออกฤทธิ์ จมูกทั้งหมดจะรู้สึกชา แพทย์จะทำความสะอาดในรูจมูกเพิ่มเติมสำหรับใช้เป็นแผลทางเข้าของซิลิโคน ขนาดประมาณ 8-10 มิลลิเมตร หลังจากทำให้เกิดช่องว่างใต้ผิวหนังและเหนือต่อกระดูกของจมูกตามแนวเส้นกึ่งกลาง ก็จะนำซิลิโคนที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว เสริมเข้าทางแผลในรูจมูกไปอยู่ในเนื้อที่ว่างดังกล่าว ซิลิโคนจะวางอยู่บนกระดูกสันจมูกเดิมในเนื้อที่ที่จำกัดพอดี ทำให้ไม่สามารถขยับไปมาหรือเคลื่อนที่ได้ หลังจากปรับแต่งรูปทรงซิลิโคนและตรวจสอบจน จมูกได้รูปทรงที่สวยงามแล้ว ก็จะทำการเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

ลักษณะแผลผ่าตัด

แผละจะถูกซ่อนอยู่ในรูจมูกข้างใดข้างหนึ่ง ขนาดประมาณ 5-10 มิลลิเมตร ซึ่งจะไม่สามารถมองเห็นแผลจากภายนอก ไหมจะละลายเองภายใน 10 วัน ไม่ต้องตัดไหม

สิ่งที่เกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด

  1. อาจมีเลือดซืมออกมาจากรูจมูกเล็กน้อย ซึ่งผู้ป่วยสามารถใช้ผ้าก๊อซ หรือ สำลีสะอาดซับเลือด ดังกล่าวได้เอง โดยบางกรณีแพทย์อาจจะมีการใช้วัสดุปิดแผลอุดบริเวณรูจมูกเพื่อซับเลือดดังกล่าว ซึ่งผู้ป่วยสามารถเอาวัสดุดังกล่าวออกได้เองหลังจากการผ่าตัด 1 วัน บริเวณใบหน้าของคุณจะบวมขึ้นโดยเฉพาะในวันแรก โดยคุณสามารถลดปัญหานี้ได้โดยการนอนยกหัวสูง 
  2. จะมีพลาสเตอร์ปิดบริเวณ ดั้งจมูก จนถึงปลายจมูก ซึ่งห้ามผู้ป่วยเอาพลาสเตอร์ดังกล่าวออกเอง โดยแพทย์จะนัดผู้ป่วยเพื่อเอาพลาสเตอร์ออกให้ภายใน 1 อาทิตย์ ถ้ามีวัสดุที่ใส่ไว้ในโพรงจมูก โดยทั่วไปจะสามารถเอาออกได้ภายใน3 วัน 
  3. อาจรู้สึกปวด ไม่ค่อยสบาย โดยแพทย์จะสั่งยาบางชนิดเพื่อลดปัญหาดังกล่าว 
  4. อาการช้ำบวมบริเวณจมูกสามารถเกิดขึ้นได้เป็นปกติ โดยอาการจะบวมมากขึ้นเล็กน้อยในช่วง 2-3 วันแรก หลังจากนั้นอาการบวมจะน้อยลงไปเรื่อยๆ อาการบวมดังกล่าวนี้ อาจทำให้ลักษณะของจมูกดูยังไม่เป็นปกติซักระยะหนึ่ง ผู้ป่วยจึงไม่ต้องไปกังวล โดยแพทย์จะทำการติดตามผลผู้ป่วยเป็นระยะๆต่อไป 
  5. คุณสามารถไปทำงานตามปกติได้ทันทีในวันรุ่งขึ้น (ยกเว้นแต่กรณีที่บวมมาก อาจรอให้ยุบบวม)

ข้อควรปฏิบัติหลังทำศัลยกรรมจมูกด้วยซิลิโคน

  1. ภายในวันแรก อาจมีเลือดซึมบริเวณแผลในรูจมูกเล็กน้อย ผู้ป่วยสามารถใช้สำลีหรือผ้าก๊อซซับเลือดได้ แต่ห้ามให้ผู้ป่วยใช้นิ้วมือบีบจมูกเพราะอาจทำให้จมูกบิดเอียงได้ หลังผ่าตัดให้ทานยาแก้ปวดทุก6ชั่วโมงในวันแรก 
  2. เพื่อลดปัญหาบวมบริเวณแผลผ่าตัด ให้ผู้ป่วยนอนยกหัวสูงในระยะแรกๆ ร่วมกับการประคบเย็นบริเวณแผลผ่าตัดใน 48 ชั่วโมงแรก หลังจาก 48 ชั่วโมงนั้นให้เปลี่ยนมาเป็นประคบอุ่นแทน 
  3. ทำแผลทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น โดยใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำที่สะอาดเช็ดคราบเลือดบริเวณปากรูจมูกออก เสร็จแล้วป้ายแผลด้วยยาครีม 
  4. สำหรับคนที่ใส่แว่นจะต้องปรับที่รองแว่นข้างจมูกไปในตำแหน่งที่ไม่ใช่บริเวณสันของดั้งจมูก และอาจจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อ่อนนุ่มอื่นๆ เพื่อลดแรงกดบริเวณจมูก 
  5. หลีกเลี่ยงการทำให้แผลโดนน้ำแบบเปียกโชกในช่วงแรก 
  6. ห้ามสั่งน้ำมูกแรงๆ ประมาณ 1 อาทิตย์ 
  7. ในกรณีที่เย็บด้วยไหมไม่ละลาย แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาทำการตัดไหมหลังผ่าตัดประมาณ 14 วันหลังผ่าตัด 
  8. กรณีที่มีจามมีน้ำมูก สามารถสั่งน้ำมูกเบาๆและเช็ดออกได้ โดยไม่ต้องบีบจมูก 
  9. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง และติดตามผลตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ 
  10. ห้ามขยี้ หรือเลี่ยงการกระทบกระแทกจมูกแรงๆ เป็นเวลานาน 3 เดือน 
  11. หลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการกระแทกจมูกแรงๆ ตลอดไป 
  12. เวลานอนให้นอนราบไม่นอนตะแคงหรือเอาหมอนรองทั้ง2ข้างกันไม่ให้นอนตะแคง 
  13. วัสดุปิดที่จมูกกันไม่ให้บวมหรือเคลื่อนช่วงแรกถ้าคันมากให้มาพบแพทย์เพื่อดูอาการและทำแผล 
  14. หลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่าง เช่นการออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่อาจกระทบกระแทกบริเวณจมูกได้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน 
  15. ไม่ออกทำงานกลางแดดเป็นเวลา 1 เดือน 
  16. การติดตามผลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการผ่าตัดชนิดนี้ และถ้ามีความผิดปกติใดๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณจมูกคุณควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันที 
  17. หลีกเลี่ยงการกินของหมักดอง ปลาร้า เนื้อดิบ อากาศเย็นจัด หรือร้อนจัด

อาการผิดปกติที่ควรรีบกลับมาปรึกษาแพทย์

  1. อาการเลือดออกจมูกเป็นปริมาณมาก 
  2. อาการปวด บวมบริเวณจมูกมากขึ้นอย่างรวดเร็ว 
  3. อาการอื่นๆ ที่ผู้ป่วยรู้สึกสงสัยว่าผิดปกติ