Beauty As Designed

ศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งกราม

ความนิยมเกี่ยวกับการที่จะมีใบหน้าเรียวเล็กนั้นไม่เคยตกสมัย หลายท่านมีปัญหาโหนกแก้มสูงใหญ่ กรามล่างบานจนหน้าดูเป็นสี่เหลี่ยมก็อย่าเพิ่งน้อยอกน้อยใจไป เพราะปํญหาเหล่านี้แก้ไขได้โดยง่าย ด้วยการศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งแก้ไขมุมกรามที่กว้างบาน ให้มีขนาดแคบเล็กลง เพียงเท่านี้ใบหน้าก็จะดูเรียวยาว สมส่วน ได้อย่างใจต้องการ

ปัจจุบัน การศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งกรามให้เล็กลงเป็นที่นิยมมากขึ้น วิธีการนั้นค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อนและปลอดภัย เพราะปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขด้วยการศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งมุมกรามทำให้เหลี่ยมที่กว้างใหญ่เล็กลง ใบหน้าจึงดูแคบเรียวและอ่อนโยนขึ้น

โครงสร้างของใบหน้าส่วนล่างที่ทำให้หน้าดูกว้างประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนมุมของกระดูกขากรรไกรล่างยื่นออก และ กล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาหารที่เกาะบนส่วนมุมนั้นหนาตัวกว่าปกติ แต่ใช่ว่าในการผ่าตัดแพทย์จะตัดแต่งทั้งสองส่วนดังกล่าวไปพร้อมกัน ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะตัดแต่งเฉพาะส่วนที่เป็นกระดูกยื่นเท่านั้น เพราะกล้ามเนื้อที่เกาะอยู่จะหดตัวเล็กลงได้เองในภายหลัง จึงไม่จำเป็นต้องตัดแต่งอีก

การเตรียมตัวก่อนทำการศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งกราม

  1. เนื่องจากเป็นการทำผ่าตัดโดยดมยาสลบ จึงต้องงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด 6-8 ชั่วโมง 
  2. ไม่ควรใช้เครื่องสำอางค์ใดๆในบริเวณใบหน้า อันจะทำให้สกปรก ยากแก่การเช็ดออกก่อนผ่าตัด ตลอดจนเป็นบ่อเกิดการติดเชื้อโรคได้ 
  3. หากมีการรับประทานวิตามินอี กลุ่มยาห้ามเลือด ยาลดการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน ควรหยุดรับประทาน 7-10 วัน เพราะอาจเป็นเหตุให้เลือดออกง่าย และออกมากกว่าปกติ 
  4. สระผมให้สะอาดก่อนมาผ่าตัด เพราะอาจจะสระผมไม่สะดวกในวันแรกๆหลังผ่าตัด 
  5. งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 2 อาทิตย์และหลังผ่าตัด 4 อาทิตย์

วิธีการศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งกรามมี 2 วิธี

  1. การผ่าตัดนอกช่องปาก แพทย์จะเลือกตำแหน่งเปิดแผลนอกช่องปาก คือบริเวณมุมกระดูกขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง ความยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ผ่านกล้ามเนื้อจนถึงกระดูกกราม ใช้เลื่อยตัดกระดูกกรามออก แล้วกรอกระดูกที่เหลือให้เรียบเนียนแล้วปิดแผล ข้อดีคือ หลังผ่าตัดอาการบวมก็มีน้อยและแทบไม่ต้องดูแลอะไรมาก แต่วิธีนี้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก เพราะการทำแบบนี้มีโอกาสทำให้เส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปาก กระทบกระเทือนได้ ทำให้มุมปากตก และที่สำคัญคือจะมีรอยแผลผ่าตัด (ประมาณ 2-3 ซม.) ทั้ง 2 ข้าง 
  2. การผ่าตัดภายในช่องปาก เป็นการเปิดแผลผ่านซอกเหงือกด้านหลังฟันกรามซี่สุดท้ายไปยังมุมกระดูกขากรรไกร โดยค่อยๆเปิดผ่านกล้ามเนื้อที่คลุมกรามออก เลาะเยื่อหุ้มกระดูกออก ใช้เครื่องมือเลื่อยกระดูกออก โดยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปาก อีกทั้งสามารถตัดแต่งได้ตลอดกระดูกขากรรไกร เนื่องจากสามารถเปิดแผลได้ยาวกว่าโดยไม่ต้องคำนึงถึงแผลเป็น ทำให้ได้กระดูกกรามที่โค้งเนียนขึ้น จากนั้นจึงเย็บปิดแผล วิธีนี้เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยความชำนาญ และประสบการณ์ของแพทย์ ข้อดีคือช่วยลดการกระทบกระเทือนของเส้นประสาทที่นำไปเลี้ยงมุมปาก ส่วนใหญ่แพทย์จะตัดแต่งเฉพาะส่วนที่เป็นกระดูกยื่นเท่านั้น โดยที่ไม่ได้ตัดส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อ และที่สำคัญก็คือ มีรายงานว่า เมื่อตัดแต่งกระดูกที่ยื่นออกไปแล้ว จะทำให้กล้ามเนื้อที่เกาะอยู่หดตัวเล็กลงได้เอง
    การผ่าตัดกรามจากภายในช่องปากจะมีอาการบวมโดยเฉพาะในช่วง 5-10 วันแรก ก็ไม่ต้องตกใจเพราะถือเป็นเรื่องปกติ โดยระยะแรกที่มีอาการบวมมักจะอ้าปากไม่ได้มากเนื่องจากมีความตึงตัวของเนื้อเยื่อรอบ ๆ ต่อมาอาการบวมจะค่อย ๆ ทุเลาลงก็จะอ้าปากได้มากขึ้นเรื่อยๆ และเพื่อป้องกันข้อต่อเกิดอาการฝืด ควรหมั่นอ้าปากเพื่อขยับข้อต่อขากรรไกรบ่อย ๆ
    นอกจากนั้นในช่วง 3-4 วันแรก อาจมีอาการปวดแผลบ้าง บางรายอาจมีอาการหูอื้อเล็กน้อย เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนระหว่างผ่าตัด ก็ไม่ต้องตกใจเพราะจะเป็นอยู่ชั่วคราว หลังจากนั้นประมาณ 2-3 สัปดาห์ ใบหน้าก็จะเริ่มยุบบวมและเข้าที่ จนกระทั่งได้รูปทรงใบหน้าตามต้องการ ประมาณ 4-6 สัปดาห์ หลังผ่าตัด
    ในกรณีที่ต้องการลดขนาดกรามที่ไม่ใหญ่มากนัก แนะนำให้ใช้วิธีกรอ เพื่อลดความหนาของกระดูกประมาณ 2-3 มิลลิเมตร จะเปิดแผลผ่าตัดเหมือนกับผ่ากราม แล้วใช้เครื่องมือกรอกระดูกแทนการเลื่อย ก็ได้ผลทำให้ใบหน้า แคบและเรียวสวยได้เช่นเดียวกัน

ระยะเวลาในการผ่าตัด

2-3 ชั่วโมง

ระยะเวลาพักฟื้น

2-3 สัปดาห์

อาการที่เกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด

  1. มีอาการบวม ช้ำ และรู้สึกชาบริเวณโหนกแก้ม ริมฝีปาก ซึ่งอาการจะค่อยๆดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรักษา 
  2. หลังผ่าตัดอาจมีการเขียวช้ำบริเวณ คอและใต้คาง ประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งจะหายไปเอง และอาจมีอาการชา หรือกระตุกที่ริมฝีปากเป็นเวลา ประมาณ 3 สัปดาห์ อาการดังกล่าวจะหายไปเอง 
  3. มีเลือดออกในช่องปาก 
  4. อาจมีปากเอียง คางเอียง 2 ข้างไม่เท่ากัน ซึ่งมักจะหานไปเองภายใน 3-6 เดือนแรก

วิธีดูแลหลังการศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งกราม

  1. หลังการผ่าตัด ใบหน้าจะบวมประมาณ 3 อาทิตย์ ควรนอนพักผ่อนอยู่โรงพยาบาล 2 - 3 วัน เพื่อจะได้ดูแลทำความสะอาดช่องปากได้เต็มที่ 
  2. สายระบายน้ำเหลืองมักใส่ไว้ประมาณ 1 - 2 วัน 
  3. บริเวณที่ทำการผ่าตัดจะบวมอยู่ประมาณ 7-10 วันและให้ประคบเย็นเป็นเวลา 7 วัน 
  4. หลังผ่าตัดอาจมีการเขียวช้ำบริเวณ คอและใต้คาง ประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งจะหายไปเอง และอาจมีอาการชา หรือกระตุกที่ริมฝีปากเป็นเวลา ประมาณ 3 สัปดาห์ อาการดังกล่าวจะหายไปเอง 
  5. ควรงดอาหารในวันแรกหลังผ่าตัด เพื่อป้องกันเศษอาหารรบกวนแผล 
  6. ระยะแรกไม่ควรทานอาหารแข็ง ควรรับประทานนม น้ำผลไม้ และอาหารอ่อนจนถึงอาหารปกติในที่สุด 
  7. ส่วนการกินอาหารช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรทานอาหารอ่อนหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารร้อน ของหมักดอง 
  8. ผักผลไม้ที่นำมารับประทาน ควรล้างให้สะอาดไม่ควรกินปลาดิบหรือเนื้อที่ไม่สุก หรืออาหารที่มี โอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคได้มาก 
  9. ดื่มน้ำโดยใช้หลอด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรืออาหารที่ร้อน-เย็นเกินไป 
  10. ขณะนอนหลับให้นอนศรีษะสูง 45 องศา ประมาณสองสัปดาห์ เพื่อช่วยให้ยุบบวมเร็วขึ้น 
  11. ห้ามนอนตะแคงทับแก้มเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน 
  12. บ้วนน้ำสะอาดบ่อยๆ ช่วยให้คราบเลือดที่แผลหลุดออก 
  13. ควรบ้วนน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่ไม่ระคายเคืองและตามด้วยน้ำเกลือในช่วงอาทิตย์แรก 
  14. งดใช้เสียงหลังจากศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งกรามไป 2 วัน 
  15. อย่ายิ้มบ่อยอาจทำให้แผลปริได้ 
  16. ห้ามใช้นิ้วมือ หรือกระดาษ หรือผ้า จับหรือเช็ดแผลในปาก เพราะอาจจะทำให้แผลอักเสบได้ 
  17. ถ้ามีเลือดไหลซึมออกมา ให้บ้วนปากด้วยน้ำเย็น ห้ามดูดแผลหรือใช้ลิ้นดันแผล 
  18. ทำกิจวัตรประจำวันที่ไม่หนักได้ตามปกติ งดออกกำลังกายหนัก 10 วัน 
  19. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง 
  20. หากต้องการทาลิปสติกแนะนำให้ใช้หลัง 1 สัปดาห์ 
  21. ถ้าผ่าตัดภายในปาก แพทย์ใช้ไหมละลายในการเย็บจึงไม่ต้องตัดไหม
  22. ถ้าผ่าตัดภายนอกปาก ต้องมาตัดไหมหลังจากผ่าตัด 1 สัปดาห์