Beauty As Designed

การผ่าตัดดึงหน้า Mini Face Lift

Mini Face Lift คืออะไร

Mini Face Lift เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้าอย่างหนึ่ง แต่เป็นการผ่าตัดด้วยเทคนิคใหม่ ซึ่งแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กมาก ซึ่งจะเย็บแผลด้วยไหมละลาย โดยแผลผ่าตัดจะถูกซ่อนอยู่บริเวณไรผม ด้านหลังใบหู หรือท้ายทอย (โดยไม่จำเป็นต้องโกนผม) คนไข้จึงไม่ต้องกังวลเรื่องแผลหลังผ่าตัด และไม่ต้องทรมานกับความเจ็บปวดหรือพักฟื้นนานเป็นเดือนๆแบบสมัยก่อน

 

ขั้นตอนการรักษา Mini Face Lift

ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น โดยแพทย์จะประเมินการรักษาตามปัญหาที่คนไข้กังวล เช่น กรณีที่คิ้วตก หางตาตก มีริ้วรอยย่นมากบริเวณหน้าผาก หรือหางตา เวลาแสดงสีหน้า แพทย์จะทำการดึงหน้าส่วนครึ่งบน และซ่อนแผลไว้ตามไรผม หรือหลังใบหู โดยไม่ต้องโกนผม แต่ถ้าคนไข้มีปัญหาใบหน้าส่วนล่าง และลำคอหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก ร่องจมูกลึก แพทย์จะทำการดึงใบหน้าส่วนล่าง และลำคอ เก็บบริเวณท้ายทอยหรือหลังใบหู การผ่าตัดดึงหน้า คนไข้จะรู้สึกตัว ไม่สลบ โดยแพทย์จะใช้ยาชาฉีดเพื่อระงับความรู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด แพทย์สามารถทำการเปิดแผลได้ตั้งแต่บริเวณหนังศีรษะ ขมับ หน้าหูอ้อมติ่งหูไปทางหลังหูจนถึงท้ายทอยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการดึงหน้า จากนั้นจะแยกผิวหนังออกจากเนื้อเยื่อส่วนล่าง เสร็จแล้วจะเย็บตรึงเนื้อเยื่อส่วนล่างในบริเวณที่ต้องการดึงหน้า โดยบางครั้งอาจจะต้องเอาไขมันบางส่วนออกรวมถึงผิวหน้าส่วนเกินบางส่วนร่วมด้วย หลังจากดึงหน้าและเอาผิวหนังบางส่วนออกแล้ว แพทย์จะทำการเย็บปิดผิวหนังด้วยไหมเส้นเล็กๆ ซึ่งระยะเวลาการผ่าตัดแตกต่างตั้งแต่ 2-5 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับบริเวณที่ดึงหน้าว่ามีมากน้อยแค่ไหน และเมื่อผ่าตัดเสร็จ แพทย์จะปิดแผลด้วยวัสดุปิดแผล

อาการที่เกิดขึ้นหลังทำการรักษา

คนไข้อาจรู้สึกปวดเล็กน้อย ซึ่งสามารถรับประทานยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งจ่ายไว้ให้ แผลหลังผ่าตัดใน 7 วันแรกไม่ควรโดนน้ำ โดยคนไข้สามารถทำแผลได้โดยเพียงใช้สำลีสะอาดชุบน้ำเกลือเช็ดบริเวณแผลให้สะอาด และใช้ยาครีมป้ายแผลวันละ 2 ครั้ง บริเวณใบหน้าจะบวมขึ้นโดยเฉพาะในวันแรก โดยคนไข้สามารถลดปัญหานี้ได้โดยการนอนยกหัวสูง ประคบเย็นบริเวณใบหน้าใน 1-2 วันแรก หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นการประคบอุ่นแทน คนไข้จะต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมรุนแรงบางอย่าง เช่นการออกกำลังกายหนักๆ การถูบริเวณหน้าแรงๆเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ไม่ออกทำงานกลางแดดเป็นเวลา 1 เดือน เมื่อคนไข้รู้สึกว่ามีความผิดปกติใดๆที่เกิดขึ้นบนใบหน้าให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที สำหรับการตัดไหม โดยปกติแพทย์จะนัดตัดไหมภายใน 5-10 วันหลังผ่าตัด

สิ่งที่เกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด

  1. อาจรู้สึกปวด ไม่ค่อยสบาย โดยแพทย์จะสั่งยาบางชนิดเพื่อลดปัญหาดังกล่าว 
  2. ใบหน้าช้ำบวมสามารถเกิดขึ้นได้เป็นปกติ โดยอาการจะบวมมากขึ้นเล็กน้อยในช่วง 2-3 วันแรก หลังจากนั้นอาการบวมจะน้อยลงไปเรื่อยๆ อาการบวมดังกล่าวนี้ อาจทำให้รูปหน้าหรือลักษณะของผิวหน้าดูยังไม่เป็นปกติซักระยะหนึ่ง คนไข้จึงไม่ต้องไปกังวล โดยแพทย์จะทำการติดตามผลการรักษาเป็นระยะๆต่อไป 
  3. คนไข้สามารถไปทำงานตามปกติได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับปริมาณบริเวณที่ดึงหน้าว่ามีมากหรือน้อย โดยปกติถ้าทำไม่มาก อาจสามารถไปทำงานได้เลยในวันรุ่งขึ้น แต่ถ้าทำมากอาจใช้เวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์หลังผ่าตัด

ข้อควรปฏิบัติหลังการผ่าตัด

  • เพื่อลดปัญหาบวมบริเวณใบหน้า ให้ผู้ป่วยนอนยกหัวสูงในระยะแรกๆ ร่วมกับการประคบเย็นบริเวณแผลผ่าตัดและใบหน้าใน 48 ชั่วโมงแรก หลังจาก 48 ชั่วโมงนั้นให้เปลี่ยนมาเป็นประคบอุ่นแทน 
  • ทำแผลทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น โดยใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำที่สะอาดเช็ดคราบเลือดออก เสร็จแล้วป้ายแผลด้วยยาครีม หรือเบตาดีน แล้วปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ และพันโพกศีรษะด้วยผ้าพันโพกศีรษะ 
  • หลีกเลี่ยงการทำให้แผลโดนน้ำแบบเปียกโชกในช่วงแรก 
  • แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาทำการตัดไหมหลังผ่าตัดประมาณ 5-7 วันหลังผ่าตัด 
  • สามารถล้างหน้า และใช้เครื่องสำอางได้หลังแผลตัดไหมเรียบร้อยแล้ว 
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง และมาติดตามผลตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ 
  • ห้ามถูบริเวณใบหน้าและหนังศีรษะแรงๆ เป็นเวลานาน 1 เดือน รวมถึงเลี่ยงการออกทำงานกลางแสงแดดเป็นเวลา 1 เดือนด้วย 
  • ในกรณีที่เป็นการผ่าตัดใหญ่ (ดึงทั้งใบหน้าและลำคอ) ควรใช้ผ้าพันโพกศีรษะอย่างต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลาติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน