Beauty As Designed

ศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปาก

ดั่งตำราว่าไว้ “ปากนิด จมูกหน่อย” ริมฝีปากจุ๋มจิ๋ม ถึงจะดูสวยน่ารักและดูมีเสน่ห์น่าค้นหา ดังนั้นความไม่มั่นใจในสาว ๆ ผู้มีริมฝีปากหนาก็จะเกิดขึ้นได้ เพราะไม่ว่าจะในการพูด การยิ้ม การแต่งหน้า ก็ดูเป็นเรื่องใหญ่ น่ากังวล บางคนอาจกังวลใจอยากแก้ไขริมฝีปากให้สมส่วนกับใบหน้าเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง ซึ่งการผ่าตัดแก้ไขปัญหารูปปากที่มีลักษณะไม่ได้รูปทรง และหนาใหญ่จนเกินไป ทั้งนี้อาจเกิดจาก กรรมพันธุ์ อุบัติเหตุ โรคบางชนิด และความไม่ชอบใจส่วนตัว.....ให้กลับมาดูสวยงามเรียวบาง และเป็นกระจับมากขึ้น การที่จะแก้ไขให้ริมฝีปากที่ไม่สมส่วน ให้ดูสวยงามได้นั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะการแพทย์ในปัจจุบันมีการศัลยกรรมผ่าตัดแก้ไขริมฝีปากให้สวยงามตามความชอบของเราได้อย่างง่ายดาย ทว่าผู้ป่วยบางรายก็ไม่ได้เข้ารับการศัลยกรรมตัดแต่งให้ริมฝีปากบาง ด้วยเหตุผลเรื่องบุคลิกภาพเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ริมฝีปากที่หนาเกินไป ยังทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวเนื่องกับการพูด การรับประทานอาหาร หรือว่าการดื่มด้วย

การเตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปาก

  1. เนื่องจากเป็นการทำผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบ จึงไม่ต้องอดอาหาร แต่ก็ไม่ควรทานจนอิ่มเกินไป เพราะระหว่างนอนทำผ่าตัด ซึ่งใช้เวลานอนประมาณ 1 ชั่วโมง อาจจะเกิดอาการแน่นอึดอัดท้องได้ 
  2. ไม่ควรใช้เครื่องสำอางค์ใดๆในบริเวณใบหน้า อันจะทำให้สกปรก ยากแก่การเช็ดออกก่อนผ่าตัด ตลอดจนเป็นบ่อเกิดการติดเชื้อโรคได้ 
  3. หากมีการรับประทานวิตามินอี กลุ่มยาห้ามเลือด ยาลดการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน ควรหยุดรับประทาน 7-10 วัน เพราะอาจเป็นเหตุให้เลือดออกง่าย และออกมากกว่าปกติ 
  4. สระผมให้สะอาดก่อนมาผ่าตัด เพราะอาจจะสระผมไม่สะดวกในวันแรกๆหลังผ่าตัด 
  5. ควรจัดให้เป็นเวลาพักผ่อนหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ งดการทำงานหรือออกกำลังกายหนัก ที่อาจพลาดพลั้งถูกแผลผ่าตัด งานเบาๆ ยังพอทำได้ 
  6. งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 2 อาทิตย์และหลังผ่าตัด 4 อาทิตย์

ขั้นตอนการศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปาก

แพทย์จะทำการวัดสัดส่วนขนาดของริมฝีปากเดิม และใบหน้าโดยรวมเพื่อปรับรูปทรงริมฝีปากใหม่ให้เข้ากับใบหน้า แล้วจึงจะทำความสะอาดใบหน้า ริมฝีปาก และบริเวณช่องปาก และใช้ยาชาฉีดบริเวณที่จะทำการผ่าตัด ซึ่งผู้รับการผ่าตัดจะรู้สึกตัวแต่จะไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด จากนั้นแพทย์จะเริ่มตัดริมฝีปากที่เป็นส่วนเกินไปตามแนวของริมฝีปากทำให้ปากบาง และเย็บด้วยไหมละลายตามแนวที่ตัดไป โดยรอยไหมจะถูกซ่อนไว้ด้านใน เมื่อแผลหายไหมก็จะหายไปเนื่องจากเป็นไหมละลาย

ระยะเวลาการผ่าตัด

ใช้เวลาประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง

อาการที่เกิดขึ้นทันทีหลังการผ่าตัด

หลังจากยาชาหมดฤทธิ์ อาการปวดและตึงริมฝีปากจะเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาระงับปวด อาจกินติดต่อกันใน 1-3 วันแรก รวมทั้งใช้การประคบเย็นร่วมด้วย เพื่อลดอาการบวม

การปฏิบัติตัวหลังการศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปาก

  1. ประคบเย็นทันทีรอบปากหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประคบเย็นควรเป็นวัสดุน้ำหนักเบาเช่น ใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด โดยประคบช่วงแก้ม หลีกเลี่ยงการประคบตรงจุดที่มีซิลิโคนอยู่ หากพ้นระยะ 48 ชั่วโมงแล้วให้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้นเพราะอาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-5 วัน 
  2. นอนยกศรีษะสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมอย่างมากช่วง 3-7 วันแรกเป็นอาการปกติ ไม่ต้องกังวลเรื่องรูปทรงปากเพราะช่วงแรกปากจะบวมมากและบวมไม่เท่ากัน การเข้าที่ของอาการบวมอาจใช้เวลา 2-3 เดือน 
  3. ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารร้อน ของหมักดอง รวมทั้งไม่รับประทานอาหารที่มีกรดสูง เช่น มะเขือเทศ หรือน้ำส้ม ซึ่งอาจรบกวนการรักษาตัวของบาดแผล 
  4. ส่วนการทำความสะอาด สามารถแปรงฟันได้เบาเบา และใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง หรือน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง ตามด้วยการบ้วนน้ำเกลือเปล่าๆอีก1ครั้ง ในช่วง 3-4 วันแรก 
  5. ไหมที่ใช้เป็นไหมละลาย ไม่ต้องตัดไหม และไม่ต้องกังวลหากมีไหมค่อยๆหลุดทีละเส้นใช้เวลาประมาณ 10 -14 วันแล้วแต่ความถี่การบ้วนปาก หรือปัจจัยอื่น เช่นการรับประทาน 
  6. หลังจากที่ทานยาตามแพทย์สั่งหมดแล้วไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ยกเว้น ยาพาราเซตามอล เมื่อมีอาการปวด 
  7. ระยะแรกไม่ควรทานอาหารแข็ง ควรรับประทานนม น้ำผลไม้ และอาหารอ่อนจนถึงอาหารปกติในที่สุด 
  8. ส่วนการกินอาหารช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรทานอาหารอ่อนหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารร้อน ของหมักดอง 
  9. ผักผลไม้ที่นำมารับประทาน ควรล้างให้สะอาดไม่ควรกินปลาดิบหรือเนื้อที่ไม่สุก หรืออาหารที่มี โอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคได้มาก 
  10. ใช้ช้อนขนาดเล็กในการทานอาหาร และดื่มน้ำโดยใช้หลอด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรืออาหารที่ร้อน-เย็นเกินไป 
  11. อย่ายิ้มบ่อยอาจทำให้แผลปริได้ 
  12. ห้ามใช้นิ้วมือ หรือกระดาษ หรือผ้า จับหรือเช็ดแผลในปาก เพราะอาจจะทำให้แผลอักเสบได้ 
  13. ถ้ามีเลือดไหลซึมออกมา ให้บ้วนปากด้วยน้ำเย็น ห้ามดูดแผลหรือใช้ลิ้นดันแผล 
  14. ทำกิจวัตรประจำวันที่ไม่หนักได้ตามปกติ งดออกกำลังกายหนัก 10 วัน 
  15. งดทาลิปสติกเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ