Beauty As Designed

ศัลยกรรมคาง

เราสามารถแบ่งสัดส่วนของใบหน้าออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ส่วนบนใบหน้าคือ หน้าผาก (บริเวณเหนือเบ้าตา), ส่วนกลางใบหน้า (ประกอบด้วย กระบอกตา จมูก และกรามบน), และส่วนล่างใบหน้า (ประกอบด้วยกรามล่าง ริมฝีปาก คาง) หากทั้ง 3 ส่วนนี้มีความเหมาะสม ไม่มีส่วนใดเล็กหรือใหญ่เกินไป จึงจะรวมกันเป็นรูปหน้าที่ดูเข้ารูป สวยงาม แนวที่เหมาะสมของคางที่สวยงามนั้น คือคางและระดับปีกจมูกต้องตรงกัน ก็จะได้เส้นโค้งที่ดูสมส่วน สวยงาม

การเสริมคาง มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้คางมีส่วนยื่นออกมาด้านหน้ามากขึ้น ช่วยเติมเต็มรูปร่างของคางให้สมบูรณ์ ทำให้ใบหน้าดูยาวเรียว รูปหน้าได้สัดส่วนที่ดีขึ้น สำหรับผู้ที่มีรูปใบหน้าเป็นรูปเหลี่ยมและต้องการให้ใบหน้าดูยาวขึ้น โดยไม่ต้องตัดกราม การเสริมคางเป็นวิธีที่ง่าย ไม่ต้องดมยาสลบและสามารถแก้ไขกลับเป็นปกติได้ ถ้าไม่ต้องการมีทั้งแบบผ่าตัด โดยลงแผลได้หลายวิธี ทั้งทางในปากและใต้คาง แต่ถ้าต้องการไม่ให้เห็นแผลเป็นมักลงในปาก หลังจากทำแผลจะบวมเล็กน้อย คางจะใหญ่กว่าขนาดที่ต้องการไม่ต้องตกใจ ให้รอประมาณ 1 – 2 เดือน คางจะเข้าที่ตามความต้องการของผู้รับการรักษา

คางจึงเป็นจุดหนึ่งที่สำคัญของสัดส่วนความงามใบหน้า คางที่ดูเล็ก คางที่ใหญ่ หรือคางที่ยื่น ก็ล้วนทำให้เส้นโค้งไม่ได้รูป ไม่สมส่วน ดูไม่สวยงาม ดังนั้นการเสริมคางจึงเป็นการปรับเส้นโค้งให้เหมาะสมลงตัว เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับใบหน้า

การเตรียมตัวก่อนทำการศัลยกรรมคาง

  1. เนื่องจากเป็นการทำผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบ จึงไม่ต้องอดอาหาร แต่ก็ไม่ควรทานจนอิ่มเกินไป เพราะระหว่างนอนทำผ่าตัด ซึ่งใช้เวลานอนประมาณ 1 ชั่วโมง อาจจะเกิดอาการแน่นอึดอัดท้องได้ 
  2. ไม่ควรใช้เครื่องสำอางค์ใดๆในบริเวณใบหน้า อันจะทำให้สกปรก ยากแก่การเช็ดออกก่อนผ่าตัด ตลอดจนเป็นบ่อเกิดการติดเชื้อโรคได้ 
  3. หากมีการรับประทานวิตามินอี กลุ่มยาห้ามเลือด ยาลดการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน ควรหยุดรับประทาน 7-10 วัน เพราะอาจเป็นเหตุให้เลือดออกง่าย และออกมากกว่าปกติ 
  4. สระผมให้สะอาดก่อนมาผ่าตัด เพราะอาจจะสระผมไม่สะดวกในวันแรกๆหลังผ่าตัด 
  5. งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 2 อาทิตย์และหลังผ่าตัด 4 อาทิตย์

ขั้นตอนการศัลยกรรมคาง

แพทย์จะทำการวัดสัดส่วนขนาดของคางเดิม และใบหน้าโดยรวมเพื่อปรับรูปทรงคางใหม่ให้เข้ากับใบหน้า จากนั้นจะทำความสะอาดใบหน้าและบริเวณคางและบริเวณช่องปาก และใช้ยาชาฉีดบริเวณที่จะทำการผ่าตัด ซึ่งผู้รับการผ่าตัดจะรู้สึกตัวแต่จะไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด แพทย์จะทำการเหลา ตัดแต่งซิลิโคนตามที่วัดไว้ และเริ่มผ่าตัดเปิดแผล แล้วแต่วิธีว่าเปิดภายในปากหรือใต้คาง แต่ถ้าต้องการไม่ให้เห็นแผลเป็นมักลงในปาก แพทย์จะทำการเปิดช่องว่างเพื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปตามตำแหน่งที่วัดไว้ ในขณะทำการผ่าตัดเสร็จในแต่ละขั้นตอน จะมีการทำความสะอาดในรูจมูกด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นระยะๆตลอดเวลา เมื่อวางขนาดซิลิโคนตรงตามตำแหน่งได้แล้ว แพทย์จะทำการเย็บปิดบาดแผล รวมถึงชั้นกล้ามเนื้อด้วย หลังจากทำแผลจะบวมเล็กน้อย คางจะใหญ่กว่าขนาดที่ต้องการไม่ต้องตกใจ ให้รอประมาณ 1 – 2 เดือน คางจะเข้าที่ตามความต้องการของผู้รับการรักษา

ระยะเวลาในการรักษา

30 - 60 นาที

วิธีดูแลหลังการศัลยกรรมคาง

  1. บริเวณที่ทำการผ่าตัดจะบวมอยู่ประมาณ 7-10 วันและให้ประคบเย็นเป็นเวลา 2 วัน 
  2. อย่ายิ้มบ่อยอาจทำให้แผลปริได้ 
  3. งดใช้เสียงหลังจากเสริมคางไป 2 วัน 
  4. ขณะนอนหลับให้นอนศรีษะสูง 45 องศา ประมาณสองสัปดาห์ เพื่อช่วยให้ยุบบวมเร็วขึ้น 
  5. ดื่มน้ำโดยใช้หลอด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรืออาหารที่ร้อน-เย็นเกินไป 
  6. ห้ามใช้นิ้วมือ หรือกระดาษ หรือผ้า จับหรือเช็ดแผลในปาก เพราะอาจจะทำให้แผลอักเสบได้ 
  7. ถ้ามีเลือดไหลซึมออกมา ให้บ้วนปากด้วยน้ำเย็น ห้ามดูดแผลหรือใช้ลิ้นดันแผล 
  8. ผักผลไม้ที่นำมารับประทาน ควรล้างให้สะอาดไม่ควรกินปลาดิบหรือเนื้อที่ไม่สุก หรืออาหารที่มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคได้มาก 
  9. ทำกิจวัตรประจำวันที่ไม่หนักได้ตามปกติ งดออกกำลังกายหนัก 10 วัน 
  10. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง 
  11. หากต้องการทาลิปสติกแนะนำให้ใช้หลัง 1 สัปดาห์ 
  12. ส่วนการกินอาหารช่วงแรกอาจให้ทานอาหารอ่อนหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารร้อน ของหมักดอง 
  13. เรื่องการทำความสะอาดก็แปรงฟันได้ตามปกติแต่ต้องระมัดระวังบริเวณที่เย็บ 
  14. ควรบ้วนน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่ไม่ระคายเคืองและตามด้วยน้ำเกลือในช่วงอาทิตย์แรก 
  15. พลาสเตอร์ปิดแผลนำออกได้หลังจากผ่าตัด 2 วัน
  16. แพทย์ใช้ไหมละลายในการเย็บจึงไม่ต้องตัดไหม

หมายเหตุ ข้อห้ามภายใน 1 เดือนแรก

  1. ห้ามกระแทกคาง 
  2. ห้ามนอนทับคาง